Categories
News

ผู้นำใหม่ศรีลังกาลั่นไม่ทนม็อบ ชี้ “แค่คนส่วนน้อย”

ประธานาธิบดีรานิล วิกรมสิงเห แถลงต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติ ว่า การยึดครองทำเนียบประธานาธิบดี สำนักนายกรัฐมนตรี และอาคารที่ตั้งของหน่วยงานรัฐอีกหลายแห่ง ไม่ใช่การเคลื่อนไหวตามกระบวนการประชาธิปไตย แต่เป็นการละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน และรัฐบาลจะไม่นิ่งเฉยต่อความพยายามรูปแบบใดก็ตาม ที่มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจบริหาร

ผู้นำศรีลังกา กล่าวว่า ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล “เป็นเพียงคนส่วนน้อย” และ “เป็นพวกฟาสซิสต์” หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยวิกรมสิงเหประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 2 ครั้ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังอดีตประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา หลบหนีการลุกฮือของประชาชนไปยังมัลดีฟส์ และตอนนี้ปักหลักอยู่ที่สิงคโปร์ และคำสั่งที่สองบังคับใช้ก่อนสภาลงมติเลือกผู้นำคนใหม่ ซึ่งวิกรมสิงเหชนะตามความคาดหมาย ท่ามกลางการประณามอย่างหนักของมวลชนฝ่ายต่อต้าน ว่าเป็น “นอมินี” ของตระกูลราชปักษา

ขณะที่ศาลในกรุงโคลัมโบมีคำสั่ง ห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตร รอบอนุสาวรีย์ ที่ย่านแกลเล เฟซ ในกรุงโคลัมโบ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการประท้วงขับไล่ตระกูลราชปักษา ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ วิกรมสิงเห อดีตนายกรัฐมนตรี 6 สมัย วัย 73 ปี จะอยู่ในวาระผู้นำของราชปักษาจนถึงเดือน พ.ย. 2567

ด้านนางคริสตาลินา จอร์จีนา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) กล่าวว่า ไอเอ็มเอฟจับตาความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในศรีลังกาอย่างใกล้ชิด และพร้อมทำงานร่วมกับผู้นำศรีลังกาคนใหม่ ตราบใดที่ได้รับความสนับสนุนจากประชาชนในประเทศ

ส่วนนายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) กล่าวถึงเรื่องศรีลังกา ว่า เป็นตัวอย่างให้กับอีกหลายประเทศ เกี่ยวกับ “การเดิมพันที่โง่เขลาทางเศรษฐกิจ” ด้วยการยึดติดกับโครงการลงทุนจากจีน ซึ่งก่อให้เกิดหนี้สินพอกพูนมหาศาล